ช่วงชั้นที่ 4..... ...สาระเพิ่ม ........ วิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ 4.........รหัสวิชา ..งท41144
กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี... โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
เทคโนโลยีสารสนเทศ

 

โครงสร้างข้อมูล
1. บิต (Bit) เป็นหน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุดในระบบคอมพิวเตอร์ โดยใน 1 บิต อาจมีค่าเป็น 0 หรือ 1 ก็ได้ ซึ่งก็คือเลขฐานสองนั่นเอง
2. ไบท์ (Byte) หมายถึง กลุ่มของบิต ซึ่งอาจเป็น 8 บิต หรือมากกว่าก็ได้
นำมาใช้เป็นรหัสแทนสัญลักษณ์ตัวใดตัวหนึ่ง (8 บิต = 1 ไบท์)
3. ตัวอักขระ (Character) หมายถึง ชุดของบิตหรือบิตตั้งแต่ 2 บิตขึ้นไป ที่นำมาใช้เป็นรหัสแทนความหมายของตัวเลข หรือตัวอักษร หรือเครื่องหมาย อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงตัวเดียว
4. เขต (Filed) หมายถึง ชุดของตัวอักขระหรือตัวอักขระตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป
ที่ใช้แทนความหมายหรือชื่อของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
5. ระเบียน (Record) หมายถึง เขตข้อมูลหลายๆ เขตข้อมูล หรือกลุ่มของ
เขตข้อมูลที่บ่งถึงเรื่องราวอย่างใดอย่างหนึ่ง
6. แฟ้ม (File) หมายถึง ระเบียนหลายๆ ระเบียนหรือกลุ่มของระเบียนที่มีลักษณะของเขตข้อมูลเหมือนกันตั้งแต่ 1 ระเบียนขึ้นไปมารวมกัน โดยมีความหมาย
ถึงเรื่องราวอย่างใดอย่างหนึ่ง

วิธีการประมวลผลข้อมูล
การประมวลผลข้อมูล หมายถึง วิธีการที่จะใช้ในการจัดการกับข้อมูลแล้วทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นสารสนเทศที่อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม ที่จะนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจัดการนั้นอาจจะเริ่มตั้งแต่ การรวบรวมข้อมูล การแยกข้อมูล การตรวจสอบ การคำนวณ การรายงานผล รวมถึงการส่งสื่อสารหรือแจกจ่ายข้อมูล การประมวลผลจึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญ เพราะข้อมูลที่มีอยู่รอบๆ ตัวเรามีจำนวนมาก ในการใช้งานจึงต้องมีการประมวลผลเพื่อให้เกิดประโยชน์
เราอาจจำแนกวิธีการประมวลผลข้อมูล โดยพิจารณาจากอุปกรณ์ที่ใช้ได้ 3 วิธี
1. การประมวลผลข้อมูลด้วยมือ เป็นวิธีการที่ใช้กันมาตั้งแต่อดีต เป็นการใช้แรงคนในการประมวลผล เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยเอกสารหรืออาจใช้เครื่องคำนวณ การประมวลผลด้วยมือเหมาะกับงานที่มีปริมาณไม่มากนัก
2. การประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องจักรกล เป็นการใช้เครื่องจักรกลในการทำงานร่วมกับแรงงานคน เครื่องจักรกลจะช่วยในการประมวลผลข้อมูลให้ถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ยังมีขีดจำกัดในเรื่องปริมาณอยู่
3. การประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องอิเล็คทรอนิกส์ เป็นวิธีการประมวลผลที่ใช้แรงงานคนน้อยที่สุด หรือเป็นการประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่งจะช่วยในการประมวลผลได้รวดเร็ว ถูกต้อง และเนื่องจากคอมพิวเตอร์มีความสามารถในการทำงานได้รวดเร็ว จึงทำให้สามารถรับภารกิจงานซึ่งมนุษย์ไม่สามารถทำได้มาแต่ก่อน

ประเภทของการประมวลผลข้อมูล
โครงสร้างข้อมูล

1. บิต (Bit) เป็นหน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุดในระบบคอมพิวเตอร์ โดยใน 1 บิต อาจมีค่าเป็น 0 หรือ 1 ก็ได้ ซึ่งก็คือเลขฐานสองนั่นเอง
2. ไบท์ (Byte) หมายถึง กลุ่มของบิต ซึ่งอาจเป็น 8 บิต หรือมากกว่าก็ได้
นำมาใช้เป็นรหัสแทนสัญลักษณ์ตัวใดตัวหนึ่ง (8 บิต = 1 ไบท์)
3. ตัวอักขระ (Character) หมายถึง ชุดของบิตหรือบิตตั้งแต่ 2 บิตขึ้นไป ที่นำมาใช้เป็นรหัสแทนความหมายของตัวเลข หรือตัวอักษร หรือเครื่องหมาย อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงตัวเดียว
4. เขต (Filed) หมายถึง ชุดของตัวอักขระหรือตัวอักขระตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป
ที่ใช้แทนความหมายหรือชื่อของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
5. ระเบียน (Record) หมายถึง เขตข้อมูลหลายๆ เขตข้อมูล หรือกลุ่มของ
เขตข้อมูลที่บ่งถึงเรื่องราวอย่างใดอย่างหนึ่ง
6. แฟ้ม (File) หมายถึง ระเบียนหลายๆ ระเบียนหรือกลุ่มของระเบียนที่มีลักษณะของเขตข้อมูลเหมือนกันตั้งแต่ 1 ระเบียนขึ้นไปมารวมกัน โดยมีความหมาย
ถึงเรื่องราวอย่างใดอย่างหนึ่ง

วิธีการประมวลผลข้อมูล

การประมวลผลข้อมูล หมายถึง วิธีการที่จะใช้ในการจัดการกับข้อมูลแล้วทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นสารสนเทศที่อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม ที่จะนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจัดการนั้นอาจจะเริ่มตั้งแต่ การรวบรวมข้อมูล การแยกข้อมูล การตรวจสอบ การคำนวณ การรายงานผล รวมถึงการส่งสื่อสารหรือแจกจ่ายข้อมูล การประมวลผลจึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญ เพราะข้อมูลที่มีอยู่รอบๆ ตัวเรามีจำนวนมาก ในการใช้งานจึงต้องมีการประมวลผลเพื่อให้เกิดประโยชน์
เราอาจจำแนกวิธีการประมวลผลข้อมูล โดยพิจารณาจากอุปกรณ์ที่ใช้ได้ 3 วิธี
1. การประมวลผลข้อมูลด้วยมือ เป็นวิธีการที่ใช้กันมาตั้งแต่อดีต เป็นการใช้แรงคนในการประมวลผล เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยเอกสารหรืออาจใช้เครื่องคำนวณ การประมวลผลด้วยมือเหมาะกับงานที่มีปริมาณไม่มากนัก
2. การประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องจักรกล เป็นการใช้เครื่องจักรกลในการทำงานร่วมกับแรงงานคน เครื่องจักรกลจะช่วยในการประมวลผลข้อมูลให้ถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ยังมีขีดจำกัดในเรื่องปริมาณอยู่
3. การประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องอิเล็คทรอนิกส์ เป็นวิธีการประมวลผลที่ใช้แรงงานคนน้อยที่สุด หรือเป็นการประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่งจะช่วยในการประมวลผลได้รวดเร็ว ถูกต้อง และเนื่องจากคอมพิวเตอร์มีความสามารถในการทำงานได้รวดเร็ว จึงทำให้สามารถรับภารกิจงานซึ่งมนุษย์ไม่สามารถทำได้มาแต่ก่อน

ประเภทของการประมวลผลข้อมูล
สามารถแบ่งได้ตามสภาวะการนำข้อมูลมาประมวลผลได้ คือ
1. การประมวลผลแบบเชื่อมตรง (Online Processing) หมายถึง การทำงานขณะที่ข้อมูลวิ่งไปบนสายสัญญาณเชื่อมต่อจากเครื่องปลายทาง (Terminal) ไปยังฐานข้อมูลของเครื่องหลักที่ใช้ในการประมวลผล เป็นการประมวลผลแบบทันทีทันใด
2. การประมวลผลแบบกลุ่ม (Batch Processing) หมายถึง การประมวลผล
ในเรื่องที่สนใจเป็นครั้งๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ โดยจะต้องมีการรวบรวมข้อมูลไว้ก่อน เช่น การสำรวจความนิยมของประชาชนต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน

สามารถแบ่งได้ตามสภาวะการนำข้อมูลมาประมวลผลได้ คือ
1. การประมวลผลแบบเชื่อมตรง (Online Processing) หมายถึง การทำงานขณะที่ข้อมูลวิ่งไปบนสายสัญญาณเชื่อมต่อจากเครื่องปลายทาง (Terminal) ไปยังฐานข้อมูลของเครื่องหลักที่ใช้ในการประมวลผล เป็นการประมวลผลแบบทันทีทันใด
2. การประมวลผลแบบกลุ่ม (Batch Processing) หมายถึง การประมวลผล
ในเรื่องที่สนใจเป็นครั้งๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ โดยจะต้องมีการรวบรวมข้อมูลไว้ก่อน เช่น การสำรวจความนิยมของประชาชนต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน



พัฒนาโดย นายสุรินทร์ ศรีทอง อาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร .......ss7456@hotmail.com/http://school.obec.go.th/surins/